ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และยิ่งถ้าเราขับรถ เราก็ยิ่งมีโอกาสเจอกับแสงแดด และความร้อนได้อย่างมากจนบางครั้งเราแทบจะทนไม่ได้ วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ คือการติดตั้งฟิล์มกรองแสง แต่ในตลาดบ้านเรา ก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ เราควรมีวิธีพิจารณาเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดได้ดังนี้
คุณภาพ
ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดี ควรมีคุณสมบัติต่าง ๆ ของฟิล์ม เช่น
  • + การลดความร้อน
  • + การลดรังสียูวี
  • + การสะท้อนแสง
  • + แสงส่องผ่าน

ต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCAL ซึ่งย่อมาจาก ASSOCIATION OF INDUSTRIAL METALLIZERS COATERS AND LAMINATORS - ASTM AMERICAN STANDARD TEST METHODS 
และ ASHRAE มิใช่ค่าที่พิมพ์หรือโฆษณาโดยปราศจากหลักฐานอ้างอิง
มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
ต้องพิจารณาว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจนนำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากลยอมรับและมีที่ตั้งชัดเจนโดยปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับมาตรฐาน ISO9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบและการพัฒนา, การผลิต, การติดตั้ง และการบริการ โดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตรที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่ายด้วย ผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้
ผู้จัดจำหน่ายในประเทศ
ต้องเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจ, จริงใจ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสง อย่างต่อเนื่องยาวนานเชื่อถือได้ และไม่มีการโฆษณาหลอกลวง หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่า ตลอดระยะเวลาการรับประกัน บริษัท ฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจฟิล์มกรองแสงอยู่อย่างมั่นคง และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากฟิล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้น
ราคา
ราคาต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ใช่ต้องแพงเพียงเพราะมีชื่อเสียงมานาน หรือเพราะโฆษณาเกินจริง ทำให้ตั้งราคาแพง หรือสูงขึ้นอีก ไม่สมคุณภาพที่โฆษณาไว้ โดยส่วนมากฟิล์มเคลือบโลหะ ทั้งชนิท Sputtered และ Metallized จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบสีประมาณ 1-2 เท่าตัว
โฆษณา
ผู้บริโภคควรพิจารณาโฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่าง ๆ ให้ดีก่อนเลือกติดตั้ง ต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง % การลดความร้อน และคุณสมบัติต่าง ๆ ของฟิล์มกรองแสง % การลดความร้อนที่ถูกต้องนั้นต้องเป็น % การลดความร้อน จากแสงแดด

นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาถึงวิธีการทดสอบคุณภาพของฟิล์มกรองแสงด้วยว่า เชื่อถือได้หรือไม่ เช่น ไม่ควรทดสอบฟิล์มด้วยแสงสปอตไลท์ ไม่ว่าจะโดยการให้ผู้บริโภคใช้มืออัง หรือยืนท่ามกลางแสงสปอตไลท์ ทั้งนี้เพราะเวลาเราขับรถจริง ๆ นั้น เราขับรถภายใต้แสงแดด มิใช่แสงสปอตไลท์ และแหล่งกำเนิดแสงทั้งสองชนิดนี้ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และบางครั้งยังมีกรณีว่า ฟิล์มที่ใช้เวลาทดสอบกับฟิล์มที่นำมาติดตั้งให้นั้น เป็นคนละชนิดกัน หรือใช้ฟิล์มติดตั้งซ้อนทับกันสองชั้นในการทดสอบ จุดนี้ผู้บริโภคต้องพึงระวัง
โดยทั่วไปวิธีการติดตั้งฟิล์มกรองแสง จะต้องใช้น้ำผสมกับแชมพูแบบอ่อนๆ ฉีดลงไปบนด้านแผ่นกาวของฟิล์ม และกระจกที่จะติดตั้ง เพื่อช่วยให้ขยับฟิล์มให้เข้าที่ แล้วจึงรีดน้ำ และอากาศออก ด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ 

ดังนั้น ภายหลังจะพบว่าจะมีคราบน้ำขัง กระจกมัว หรือเป็นฝ้าที่กระจก ก่อนที่อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 1-4 สัปดาห์ 
  1. ห้ามเลื่อนกระจกขึ้น - ลงเป็นเวลา 7 วัน หลังจากติดตั้งฟิล์ม เพื่อให้ฟิล์มอยู่ตัว ระยะเวลาในการอยู่ตัวของฟิล์ม จะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิล์มที่ติดตั้ง อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ คราบความชื้นที่อยู่ระหว่างกระจกกับฟิล์ม อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างนี้ แต่จะแห้งและหายหมดไปเอง
  2. งดใช้ระบบละลายฝ้าที่กระจกหลังเป็นเวลา 30 วัน หลังจากติดตั้งฟิล์ม เพราะจะทำให้ฟิล์มเกิดการเสียหายได้
  3. ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ผ้าหยาบ ขนแปรง สก็อตไบร์ท หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มได้
  4. ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจก ที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียเช็ดทำความสะอาดฟิล์มโดยเด็ดขาด
  5. หากต้องการทำความสะอาดฟิล์ม ให้ใช้ผ้านุ่ม และน้ำหรือน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดทำความสะอาดฟิล์ม ซึ่งจะช่วยทำให้เนื้อฟิล์มใสและรักษาเนื้อฟิล์มได้ดี
  6. ก่อนเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง ควรตรวจสอบเสมอว่าในผ้าหรือทิชชูใดๆที่ใช้ ไม่มีผงฝุ่นหรือเม็ดทรายในผ้า เพราะจะทำให้คุณสมบัติของสารเคลือบฟิล์มเสียหายหรือลดคุณภาพได้
  7. ควรจอดรถตากแดดหลังจากติดตั้งฟิล์ม เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 15-21 วันเพราะจะช่วยให้กาวในเนื้อฟิล์มแห้งเร็วขึ้น
เมื่อฟิล์มแห้งสนิทและกาวทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ในการยึดติดกระจก ควรปฎิบัติดังนี้
เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราแน่ใจได้ว่า เราได้ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณภาพ และทราบการดูแลรักษากระจกรถอย่างถูกวิธี เพราะในการดูแลเอาใจใส่ฟิล์มติดรถยนต์ ที่ติดตั้งมาใหม่อย่างถูกวิธีนั้น จะทำให้ฟิล์มที่เราติดตั้งมานั้น อยู่คู่กับรถไปได้ทนทานนาน 7-10 ปีทีเดียว
การพิจารณาประสิทธิภาพในการลคความร้อน ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของพลังงานแสงอาทิตย์ก่อน ว่าพลังงานแสงอาทิตย์ประกอบด้วย รังสี 3 ชนิดคือ

  1. รังสีอินฟาเรด (IR) 53%
  2. รังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) 3%
  3. แสงสว่าง (แสงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า Visible Light ) 44%


ดังนั้นแล้วความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ เกิดจากรังสีอินฟราเรดและแสงสว่างรวมกัน มิได้เกิดจากรังสีเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนั้นฟิล์มที่ลดพลังงานจากรังสีอินฟาเรดได้สูง จึงมิได้หมายความว่าฟิล์มตัวนั้น จะลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ ได้สูง เพราะรังสีอินฟาเรดเป็นเพียงส่วนประกอบ ( ประมาณ 50% ) ส่วนหนึ่งของพลังงานของแสงอาทิตย์เท่านั้น ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่รู้สึกได้จากความร้อน
ฉะนั้นแล้วฟิล์มที่กันความร้อนที่ดี ต้องสามารถป้องกันได้ทั้ง 2 ส่วน นั่นก็คือ ค่าการลดความร้อนรวมจากแสงอาทิตย์ ( Total Solar Energy Rejected ) จะได้ค่าที่ถูกต้องที่สุด 

ดังนั้น หากนำฟิล์มกรองแสงมาทดสอบ ค่าการลดปริมาณความร้อนจากแสงสปอร์ตไลท์ หรือ แสงจากรังสีอินฟาเรดจะให้ค่าสูงกว่าจากแสงอาทิตย์ เพราะแสงสปอร์ตไลท์รวมทั้งแสงจากหลอดรังสีอินฟาเรด มีปริมาณรังสีอินฟาเรดสูงกว่าในแสงอาทิตย์มาก โดยทั่วไปฟิล์มที่มีคุณภาพดีเยี่ยม จะป้องกันรังสีอินฟราเรดได้มากกว่า 90% อยู่แล้ว


ส่วนการทดสอบการลดปริมาณความร้อน ( ซึ่งมีค่า % ลดรังสีอินฟราเรดรวมกับค่า % การลดความร้อนจากแสงสว่าง ) ควรวัดจากแสงแดดโดยตรง จะได้ผลที่ถูกต้องกว่า การวัดปริมาณความร้อนจากไฟสปอร์ตไลท์ เนื่องจากแหล่งกำเนิดความร้อนทั้งสองมี ส่วนประกอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
  1. ช่วยลดแสงจ้า ให้ความรู้สึกสบายตา ในยามขับขี่ และช่วยลดความเครียดของดวงตาในภาวะที่แดดจัดๆ หรือแม้แต่ตอนเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ แต่ก็ส่องเข้าตานั้น แสงแดดก็ยังเป็นปัญหาสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการขับรถทุกคน เพราะการมองผ่านกระจกออกไปยังถนนที่แสงแดดจัดนั้น เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดความเครียดเมื่อยล้า สายตาเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ส่วนผู้ที่ขับขี่รถยนต์ที่ติดฟิล์มกรองแสงนั้นก็จะเป็นการช่วยลดแสงจ้าทำให้ทัศนวิสัย หรือการมองเห็น ในขณะขับรถมีประสิทธิภาพเต็มที่ รู้สึกสบายตา และไม่เกิดความเมื่อยล้า
  2. การช่วยลดความร้อนจากแสงแดด เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ในแถบใกล้เขตเส้นศูนย์สูตร
  3. ป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต ( UV ) จากแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการอย่างมากที่ทำให้ผิวเป็นฝ้า ตกกระ และยิ่งไปกว่านั้น แสงแดดยังเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย การติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ชนิดที่มีคุณภาพ จะช่วยป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้มากกว่า 99% ช่วยถนอมผิวและสุขภาพของผู้โดยสารภายในรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้น รังสี UV ยังเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้วัสดุภายในรถยนต์ซีดจางและเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น การติดฟิล์มกรองแสง จะช่วยชะลอการซีดจาง ของวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์ เป็นการรักษาและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นการช่วยป้องกันความเสียหาย ของวัสดุภายในรถไว้ตั้งแต่ต้นเหตุ สภาพภูมิอากาศโดยรวมจะมีอุณหภูมิสูง แม้กระทั่งในช่วงหน้าหนาว ถึงอุณหภูมิจะไม่สูงมากนัก แต่แสงแดด ก็ยังแรงอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีโอกาสได้รับความร้อนจากแสงแดด มากกว่าปกติ
  4. ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจาย ของกระจกรถยนต์ ในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หากรถเกิดการเฉี่ยวชนจนกระทั่งกระจกแตกร้าว รถที่ติดฟิล์มรถยนต์ที่ได้คุณภาพ ผลิตจากโพลีเอสเทอร์ชั้นเยี่ยม และกาวพิเศษจะสามารถช่วยยึดเกาะเศษกระจกที่แตกไว้ด้วยกันไม่ให้ร่วงหล่นมาบาดโดนส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือทำอันตรายต่อผู้โดยสารในรถ
  5. เพิ่มความสวยงามให้กับตัวรถและอาคารบ้านเรือน ทั้งนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์จากฟิล์มกรองแสงอย่างคุ้มค่า และครบถ้วนดังที่กล่าวมาข้างต้น ผู้บริโภคจำเป็นจะต้องทราบข้อมูลต่างๆให้ชัดเจน และถูกต้องเป็นจริง เพื่อนำมาพิจารณา ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เนื่องจากในประเทศไทย มีฟิล์มกรองแสงอยู่มากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่นด้วยกัน เพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องโดยสาร
  6. เพิ่มทัศนวิสัยที่ดีขณะขับขี่แม้ในยามค่ำคืน
  7. ปกป้องวัสดุ อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ ภายในรถและอาคารบ้านเรือน
  8. ประหยัดไฟฟ้าและพลังงาน ช่วยให้เครื่องปรับอากาศ ไม่ต้องทำงานหนักช่วยยืดอายุการใช้งาน
เทคนิคการเลือกฟิล์มกรองแสง
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ร้อยทั้งร้อย เมื่อมีรถใหม่ สิ่งแรกที่เจ้าของต้องติดตั้งเพิ่มเติม คือ ฟิล์มกรองแสง การเลือกฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็น แต่จะให้ประหยัดและคุ้มค่า ควรมีความเข้าใจพื้นฐานของระบบการทำงาน ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งอาจจะช่วยให้ท่าน นำไปตัดสินใจได้ว่า จะเลือกอย่างไร จึงสมเหตุสมผล ปัจจุบันนี้พบว่า ส่วนหนึ่งคนซื้อยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสง โดยเฉพาะความเข้าใจระหว่างความทึบแสง กับความสามารถในการป้องกันความร้อน ความเข้าใจที่ว่า ฟิล์มที่มีสีเข้มหรือทึบ ช่วยลดความร้อนได้ดี ในความจริงแล้ว สีของฟิล์มไม่ได้เป็นตัวช่วยลดความร้อน แต่กลับเป็นสารเคลือบตัวอื่นๆที่ทำหน้าที่หลักนี้
รู้จักฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสง ทำจากพลาสติก โพลีเอสเตอร์ที่มีความเหนียว บาง เรียบ สามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกระจก โดยยึดกระจกด้วยกาวที่มีความใส ดังนั้น เราจึงมองผ่านฟิล์มได้ชัดเจน ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ต้องการกันความร้อนนั้น ต่างไปกับฟิล์มลด แสงสว่างทั่วไป เพราะฟิล์มกรองแสงทั่วไป ย้อมสีเพื่อกรองแสงสว่างเท่านั้น ในขณะที่ฟิล์มกรองแสงที่กันความร้อน จะต้องลดรังสีอุลตราไวโอเลตได้ด้วย
ฟิล์มย้อมสี
เป็นฟิล์มที่มีคุณสมบัติในการลดแสงสว่าง ที่ผ่านเข้ามาทางกระจกเท่านั้น แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการลดความร้อน หรือหากมีก็มีเพียงเล็กน้อย เมื่อมีการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ฟิล์มจะกลายสีเป็นสีม่วง ซึ่งให้ทัศนวิสัยในการขับขี่รถยนต์ที่ผิดเพี้ยน เป็นอันตราย แต่หากฟิล์มกรองแสงทั่วไปผลิตมาจากโพลีเอสเตอร์คุณภาพสูง จะมีคุณสมบัติในการลดรังสีอุลตราไวโอเลตด้วย
ฟิล์มกรองแสงลดความร้อนหรือฟิล์มโลหะ
เป็นฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติ ในการลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางกระจกได้ดี โดยอาศัยคุณสมบัติของไอโลหะ ที่เคลือบบนฟิล์มในการกรองความร้อน และสะท้อนความร้อน ซึ่งมีผลให้ความร้อนผ่านเข้ามาทางกระจกได้น้อยลง สีของฟิล์มที่ได้จะแตกต่างไป ตามประเภทของไอโลหะที่นำมาเคลือบ รวมทั้งยังสามารถย้อมสีของฟิล์มเพื่อให้ฟิล์มมีสีต่างๆ ได้ โดยปกติกระบวนการเคลือบไอโลหะมีขั้นตอนซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง
กาวสะท้อนคุณภาพฟิล์ม
ฟิล์มกรองแสงที่ดี จะต้องพิจารณาจากคุณสมบัติของกาวด้วย กาวที่ดีต้องมีความบางใส และเหนียว เมื่อติดแล้วต้องทนทานต่อสภาวะความร้อนเย็นของกระจก ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยึดติดกับกระจกได้ดีไม่ทำให้ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ พอง ลอก ล่อน เป็นฟองอากาศ อีกทั้งกาวที่ดี ควรมีคุณสมบัติที่ติดแน่นกับเนื้อฟิล์ม เมื่อต้องการลอกฟิล์มออกมา กาวควรอยู่บนด้านฟิล์ม มิใช่ด้านกระจก รวมทั้งกาวจะต้องไม่เปลี่ยนสี ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนสีของฟิล์มที่ติด ที่เรียกว่าฟิล์มเป็นสนิม นอกจากนี้ ฟิล์มที่ดีจะต้องป้องกันรอยขีดข่วน หรือเคลือบสารกันรอยขีดข่วน ฟิล์มกรองแสงทำมาจากโพลีเอสเตอร์ มีจุดอ่อนในเรื่องความอ่อนของผิว ซึ่งมักสามารถเป็นรอยเส้นคล้ายรอยขนแมวได้ง่าย เมื่อมีการขีดข่วนจากการใช้งานปกติ 

แต่ปัจจุบันได้มีการคิดค้นสารเคมี ที่ทำหน้าที่เคลือบแข็งบนผิวของฟิล์ม ทำหน้าที่ในการป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งานปกติ คุณสมบัตินี้ ทำให้ฟิล์มมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และดูสวยงามตลอดอายุการใช้งาน จำไว้ว่าฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายในการขับขี่ รวมทั้งช่วยประหยัดพลังงาน ในการทำงานของเครื่องปรับอากาศในรถด้วย ซึ่งการเลือกฟิล์มที่มีค่า SHADING COEFFICENT (SC) ต่ำๆ ยังมีส่วนช่วยลดพลังงานที่ใช้ในการปรับอากาศได้ และที่สำคัญ ต้องเป็นฟิล์มที่มีความปลอดภัยสามารถยึดเกาะกระจกได้
คือ ฟิล์มที่ผ่านขั้นตอนการผลิตแบบเดียวกัน กับฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ หรืออาคารทั่วไป มีความแตกต่าง ตรงการเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์ และปริมาณกาวชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติในการยึดติด อย่างเหนียวแน่นให้มีมากชั้นกว่าฟิล์มทั่วไป

การเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์และปริมาณกาวจะมากกว่า ในปริมาณเท่าใด ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแรงทนทานที่ต้องการ การติดตั้งฟิล์มนิรภัยที่กระจกธรรมดาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแรงในการลดแรงกระแทก จากวัตถุภายนอกได้เมื่อเกิดเหตุ การระเบิด แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ


ฟิล์มนิรภัยจะช่วยยึดกระจกที่แตกออกไว้ด้วยกัน (ขึ้นอยู่กับความหนาของกระจกและกรอบด้วย) ช่วยป้องกันอันตรายและความเสียหายของชีวิต และทรัพย์สินจากเศษกระจก
พลังงานแสงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสี 3 ชนิดคือ รังสีอินฟราเรด (IR) 53%, รังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) 3%, แสงสว่าง 44% ความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ เกิดจากรังสีอินฟราเรด และแสงสว่างรวมกัน รังสีอินฟราเรด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์เท่านั้น ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่รู้สึกได้จากความร้อน

ส่วนการทดสอบการลดปริมาณความร้อน (ซึ่งมีค่า % ลดรังสีอินฟราเรดรวมกับค่า % ลดความร้อนจากแสงสว่าง) ควรวัดจากแสงแดดโดยตรง จะได้ผลที่ถูกต้องกว่า

การวัดปริมาณความร้อนจากไฟสปอตไลท์ เนื่องจากแหล่งกำเนิดความร้อนทั้งสอง มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กราฟเปรียบเทียบค่า % การลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรด สปอตไลท์และแสงแดดของฟิล์มคุณภาพเยี่ยม
  1. สรุปวิธีการพิจารณาค่า % การลดความร้อนก่อนเลือกซื้อฟิล์มกรองแสง คือ ต้องเป็น % การลดความร้อนจากแสงแดดโดยรวมเท่านั้น มิใช่เฉพาะแค่รังสีอินฟาเรด หรือค่าจากแสงสปอตไลท์
  2. ค่า % การลดความร้อนต้องเป็นค่าที่ทดสอบตามมาตรฐาน ASHRAE และ AIMCAL มิใช่ค่าที่ผู้ขายจัดพิมพ์ขึ้นมาเอง โดยไม่มีมาตรฐานรับรอง


ความหนาของฟิล์มกรองแสงคุณภาพเยี่ยมจะอยู่ระหว่าง 1.5-2.0 มิล (.0015-.0020 นิ้ว) ฟิล์มนิรภัยที่มีความหนาในระดับ 2.0 มิล จะถูกจัดเป็นฟิล์ม Class C เท่านั้น หากเป็นฟิล์มนิรภัยที่มีคุณภาพจะต้องหนาตั้งแต่ 4 มิล หรือ 100 ไมครอนขึ้นไป

  • + ฟิล์มนิรภัยไม่สามารถป้องกันการแตกของกระจกได้
  • + แหล่งข้อมูลจาก บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด
  • + แหล่งข้อมูลจาก บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L80BL Special
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มใส สะท้อนแสงต่ำ ดูเป็นธรรมชาติ มั่นใจได้ว่าฟิล์มไม่สะท้อนรบกวนผู้ขับขี่อื่น ๆ บนถนน เพิ่มความสง่างามให้กับรถหรูในแบบฉบับผู้นำของคุณ สามารถติดกระจกรถได้ทุกบาน ในงบประมาณที่พอเหมาะ เมื่อติดตั้งจะเข้ากับกระจกเดิมได้ดี และยิ่งช่วยลดความร้อน และเพิ่มความปลอดภัยอันเกิดจากการแตกกระจายของเศษกระจกให้ได้มากยิ่ง
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L75 Special
เป็นฟิล์มใสสำหรับกระจกรถยนต์บานหน้าโดยเฉพาะ ผลิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย HYBRID MATRIX (ไฮบริด เมทริกซ์) ป้องกันการเกิดสนิมจาก Metal Oxide (ซึ่งฟิล์มลามิน่ารุ่นอื่น ๆ ก็ปลอดสนิมด้วยเช่นกัน) ลิขสิทธิ์เฉพาะโรงงานผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงลามิน่า ซึ่งยังไม่มีโรงงานผู้ผลิตฟิล์มอื่นใดในโลกทำได้มาก่อน เมื่อเทียบกับฟิล์มกรองแสงอื่น ๆ แล้ว ฟิล์มลามิน่ารุ่น L75Special แสงสว่างส่องผ่านได้มากที่สุด สามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดด และแสงอุลตร้าไวโอเลตได้สูงที่สุด มีการสะท้อนแสงต่ำสุด

** การติดตั้งฟิล์มลามิน่ารุ่น L75 Special สำหรับกระจกบานหน้า ไม่รบกวนการใช้โทรศัพท์มือถือ การรับวิทยุ เครื่องมือเรดาห์ ** 
 
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L65 Special
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มโทนเขียวธรรมชาติ สะท้อนแสงต่ำ ดูเป็นธรรมชาติ มั่นใจได้ว่าฟิล์มไม่สะท้อนรบกวนผู้ขับขี่อื่น ๆ บนถนน เพิ่มความสง่างามให้กับรถหรูในแบบฉบับผู้นำของคุณ สามารถติดกระจกรถได้ทุกบาน ในงบประมาณที่พอเหมาะ เมื่อติดตั้งจะเข้ากับกระจกเดิมได้ดี และยิ่งช่วยลดความร้อน และเพิ่มความปลอดภัยอันเกิดจากการแตกกระจายของเศษกระจกให้ได้มากยิ่ง
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L60Max Special
ครั้งแรกที่คุณจะได้สัมผัสที่สุดแห่งการค้นคว้า ที่จะปฏิวัติโลกแห่งฟิลม์ใสติดรถยนต์ที่กันร้อนได้สูงสุดในเมืองไทย ผลงานชิ้นเอกจากลามิน่าฟิล์ม ที่จะเปลี่ยนทุกความเชื่อของคุณสู่มาตรฐานใหม่ของฟิลม์ใสกันร้อน ด้วยนวัตกรรมการผลิตจากขบวนการซ้อนทับอณูโลหะเงินบริสุทธิ์แท้ 100% ผลลัพธ์ที่ได้คือ เนื้อฟิล์มชนิดพิเศษที่ใสพิสุทธิ์ ให้การสะท้อนแสงต่ำ กันความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดถึง 58% และกันรังสีอินฟราเรดได้ถึง 97% เหนือกว่าฟิล์มใสระดับพรีเมี่ยมทั่วไป และป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) ได้สมบูรณ์เกือบ 100% (เทียบเท่า SPF 1000) เปิดมิติทัศนวิสัยภายนอก และอวดโฉมความหรูหรางามสง่าภายใน ปลอดปัญหาการเกิดลายน้ำ แม้ขณะขับผ่านแสงไฟสีส้มยามค่ำคืน เหนือชั้นกว่าฟิล์มใสทั่วไปที่คุณรู้จัก ป้องกันรอยขีดข่วนและปลอดสนิม แม้ผ่านการใช้งานมานาน (ฟิล์มลามิน่าทุกรุ่นปลอดสนิม) สวยใสบ่งบอกรสนิยม เฉกเช่นบุคคลระดับมาสเตอร์พีชเช่นคุณ
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L60GN Special
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มโทนเขียวใส สะท้อนแสงต่ำ ดูเป็นธรรมชาติ มั่นใจได้ว่าฟิล์มไม่สะท้อนรบกวนผู้ขับขี่อื่น ๆ บนถนน เพิ่มความสง่างามให้กับรถหรูในแบบฉบับผู้นำของคุณ สามารถติดกระจกรถได้ทุกบาน ในงบประมาณที่พอเหมาะ เมื่อติดตั้งจะเข้ากับกระจกเดิมได้ดี และยิ่งช่วยลดความร้อน และเพิ่มความปลอดภัยอันเกิดจากการแตกกระจายของเศษกระจกให้ได้มากยิ่งขึ้น
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น L20N Special
เป็นอีกขั้นกับขีดสุดแห่งเทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ ที่ลามิน่าฟิล์มภูมิใจเสนอให้ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยนวัตกรรมการผลิตขั้นสุดยอดจากโลหะบริสุทธิ์ 'แพลตตินั่มอัลลอย' กำเนิดเป็นเนื้อฟิล์มชนิดพิเศษ ที่สะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดถึง 63% และป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้ถึง 99% หรูหราสง่างาม สีสวย เข้มเป็นส่วนตัว แต่ให้มิติการขับขี่คมชัดในทุกสภาวการณ์ เหนือชั้นกว่าฟิล์มทุกรุ่นที่คุณเคยรู้จัก ป้องกันรอยขีดข่วน ปลอดสนิม ให้ยานยนต์ของคุณเงางามเหมือนใหม่ โดดเด่นไม่เหมือนใคร แบบฉบับยานยนต์ระดับผู้นำโดยเฉพาะ

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น APL65NXSRPS

ฟิล์มใสโทนธรรมชาติ แสงส่องผ่านได้ถึง 63% เหมาะสำหรับติดตั้งกับรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ และทุกสี ได้ทั้งกระจกรอบคัน บานหลัง และบานหน้า

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL50BXSRPS

ฟิล์มใสกันความร้อนได้สูง เข้ากันได้ดีกับรถทุกสี แต่จะโดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อติดตั้งกับรถสีทรายทอง

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น APL50NSRPS

เป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ต้องการให้รถของคุณสวยงามแบบคลาสสิค โทนธรรมชาติ สบายตา สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งแบบกระจกรอบคัน หรือเฉพาะกระจกบานหน้าในกรณีที่เลือกติดฟิล์มบานหลังและข้างเป็นฟิล์มเข้มก็ได้

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น APL45NXSRPS

สำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มใส กันความร้อน สะท้อนแสงต่ำ ด้วยโทนสีพิเศษ เทานกพิราบ

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น APL35NSRPS

ฟิล์มรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มเข้มปานกลาง แต่กันความร้อนได้สูง ให้ความรู้สึกเรียบหรู สง่างาม

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL20CSRPS

เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มเข้ม เงาน้อย ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันก็ไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่ แม้ในยามค่ำคืน

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL20BXSRPS
อีกหนึ่งทางเลือกในการติดตั้งฟิล์มรอบคัน ด้วยสีบรอนซ์เข้ม เข้ากันได้ดีกับรถสีทรายทอง ให้ความเป็นส่วนตัว ไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่แม้ยามค่ำคืน

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL20NXSRPS

ด้วยโทนสีพิเศษ เทานกพิราบเข้ม กันความร้อนได้สูง สะท้อนแสงต่ำ เข้ากันได้ดี กับฟิล์มรุ่น APL45NX

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL35CSRPS

เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟิล์มเข้ม เงาน้อย ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันก็ไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่ แม้ในยามค่ำคืน

 

ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ANL50SISRPS
เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบฟิล์มใสเป็นพิเศษ เพราะถึงแม้จะเป็นฟิล์มใสแต่สามารถกันความร้อนได้สูงถึง 54% และกันรังสียูวีได้เกือบ 100% ใกล้เคียงกันกับฟิล์มเข้ม อีกทั้งเมื่อติดตั้งแล้วรถของคุณจะดูทันสมัย สดใส โฉบเฉี่ยว มีชีวิตชีวา และรถที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างมากแล้ว เมื่อติดตั้งจะดูเหมือนรถใหม่ เพิ่มสีสันให้สวยงามยิ่งกว่าเดิม
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ANL35NSRPS
ผู้ที่กำลังมองหาฟิล์มเข้มปานกลาง ค่อนข้างเงา กันความร้อนสูง ให้ความปลอดภัยแม้ต้องขับขี่รถคนเดียวในที่เปลี่ยว ติดตั้งแล้วทำให้รถดูทันสมัย ก็แนะนำให้ติดตั้งฟิล์มรุ่นนี้ ซึ่งสามารถติดได้กับรถหลายสี หลากรุ่น
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น DL30GNSRPS
ถ้าคุณขับรถสไตล์ออฟโรด และต้องการเพิ่มความเท่ โดดเด่น สะดุดตา และทันสมัยให้กับรถของคุณ ขอแนะนำให้พิจารณาฟิล์มรุ่นนี้ อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนได้สูงถึง 54% และกันรังสียูวีได้ถึง 100% ด้วย
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ANL20NSRPS
เป็นฟิล์มเข้มรุ่นยอดนิยมของลามิน่าฟิล์ม สามารถติดตั้งกับรถได้แทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ สำหรับกระจกบานหลังและข้าง แต่ถ้าเป็นฟิล์มบานหน้าแล้วก็ขอแนะนำให้ติดฟิล์มใสลามิน่า ซึ่งได้แก่ ฟิล์มลามิน่าเบอร์ 45 ขึ้นไป เช่น APL45NXSRPS, APL50NSRPS, APL65NXSRPS และฟิล์มเข้มรุ่นนี้ก็เหมือนกับฟิล์มเข้มรุ่นอื่น ๆ ของลามิน่า ที่ติดตั้งแล้วยังให้ความคมชัด ไม่มีปัญหาต่อทัศนวิสัยในการขับขี่แต่อย่างใด แม้ในเวลากลางคืน
ฟิล์มรถยนต์ลามิน่า รุ่น ARL05CSRPS
ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวสูง มีบุคลิกที่หนักแน่น ควรพิจารณาฟิล์มรุ่นนี้เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นฟิล์มรุ่นที่เข้มที่สุดของลามิน่าฟิล์ม กันความร้อนได้สูงถึง 62%
เสี้ยววินาทีแห่งความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก
ฟิล์มนิรภัยลูม่าร์ อีกหนึ่งการคิดค้นและพัฒนาการของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ด้วยขบวนการเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์ และปริมาณกาวชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติในการยึดติดอย่างเหนียวแน่นให้มีมากกว่าชั้นฟิล์มทั่วไป ซึ่งการเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์และปริมาณกาวจะมีปริมาณมากเท่าใด ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแรงทนทานที่ต้องการ ทำให้กำเนิดเป็นฟิล์มนิรภัยลูม่าร์ที่มีความหนาตั้งแต่ 4 mil. หรือ 100 ไมครอนขึ้นไป

สามารถยึดอณูกระจกได้เหนียวแน่นมาก กว่าฟิล์มทั่วไปเป็นทวีคูณ ผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก จากภายนอกทุกชนิดถึง 400 ฟุตปอนด์ โดยไม่หลุดจากกรอบกระจก ( ทดสอบตามมาตรฐาน ANSI Z97.1-1984 จากอเมริกา ) และช่วยยึดกระจกที่แตกร้าวให้เกาะเป็นแผ่นเดียวกัน ป้องกันเศษกระจกแตกกระจายหรือกระเด็นใส่ 

ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงทุกชนิด อาทิ อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ระเบิด การขว้างปา และอาชญากรรมได้ดีเยี่ยม จนได้รับการยอมรับและมั่นใจจากสหรัฐอเมริกา ในมาตรฐานการผลิตที่โดดเด่นของโรงงานผู้ผลิตฟิล์มนิรภัยลูม่าร์ และได้อนุมัติให้ติดตั้งในสถานที่ราชการ หน่วยงานสำคัญและสถานฑูต ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงสถานที่สำคัญ และรถยนต์อีกมากมายที่เลือกติดตั้งฟิล์มนิรภัยลูม่าร์
หลบร้อนให้อาคารด้วยเทคโนโลยีที่ทั่วโลกไว้วางใจ
Lamina LLumar ปรากฏการณ์ใหม่ของฟิล์มอาคารสำนักงาน ที่พัฒนาคุณภาพให้เหมาะกับสภาวะอากาศร้อนจัดของเมืองไทย โดยวัตถุดิบทุกชิ้นผ่านการผลิต ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน จากโรงงานผู้ผลิต Lamina Films โดยตรง ฟิล์มทุกรุ่นได้ผ่านการพิสูจน์ การลดปริมาณความร้อนจากแสงแดดโดยตรง รวมทั้งปริมาณการลดรังสียูวี ที่มีผลต่อผิวอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝ้า ผิวไหม้และมะเร็งผิวหนัง

ด้วยเทคโนโลยีการผลิตจากชั้นโพลีเอสเตอร์อัจฉริยะ ที่ผ่านการเคลือบอนุภาคโลหะ ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้เกือบ 80% พร้อม UV Absorbent ให้คุณปลอดภัยจากรังสียูวีร้ายได้มากกว่า 99% เสริมกาวชนิดพิเศษ ช่วยป้องกันอันตรายจากการแตกกระจายของเศษกระจกได้ดีเยี่ยม พร้อมค่า Shading Coefficient ต่ำสุดเพียง 0.24 และค่า Performance Specifications 

ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานวิธีของ AIMCAL และ ASHRAE จนเป็นฟิล์มอาคารยี่ห้อเดียวของเมืองไทยที่ได้รับ ISO 9001 และได้รับการยอมรับ จากสถาปนิกกว่าหนึ่งหมื่นโครงการทั่วโลก ที่มั่นใจในประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ในการช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศในอาคารได้
Lamina Lumar

นอกเหนือจากรุ่นฟิล์มข้างต้น ทางบริษัทฯ ยังมีฟิล์มอาคารอีกกว่า 30 รุ่น ให้ท่านพิจารณา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทฯ

รุ่นและคุณสมบัติของฟิล์มนิรภัยอาคาร (คุณสมบัติทางกายภาพ)

Lamina Lumar

รุ่นและคุณสมบัติของฟิล์มนิรภัยอาคาร (คุณสมบัติด้านแสง)

Lamina Lumar
นอกเหนือจากรุ่นฟิล์มนิรภัยข้างต้น ทางบริษัทฯ ยังมีฟิล์มอีกหลากรุ่นให้ท่านพิจารณาโปรดติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบริษัทฯ 
โทร. 0-2885-2500
การเลือกติดตั้งฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์ลงบนกระจกอาคารนั้น นอกจากจะช่วยลดแสงจ้าป้องกันรังสี UV เกือบ 100% และสร้างความเป็นส่วนตัวในระดับที่แตกต่างกันแล้วแต่ลวดลายแล้ว ยังจะช่วยเสริม คุณค่าทางศิลปะให้กับงานกระจกให้ดูสวยงามอย่างมีสไตล์อีกด้วย ฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์สามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน และแนวทแยงมุม ขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์และความพึงพอใจของผู้ออกแบบในแต่ละสถานที่
ความคุ้มค่า
ฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์ เสริมสร้างสุนทรียภาพให้แก่งานกระจกและให้ความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับวิธีการสร้างลวดลายแบบดั้งเดิมที่ซับซ้อนและราคาสูงกว่า เช่น วิธีการกัดกร่อนกระจกด้วยกรด เป็นต้น 
ความเป็นส่วนตัว
ฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์ สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี ในบริเวณที่ต้องการให้แสงสว่างส่องผ่านได้บ้าง ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นสัดส่วน หรือความเป็นส่วนตัว เช่น ฉากกั้นห้องภายในสำนักงาน ห้องอาหาร ภัตตาคาร โชว์รูม เป็นต้น โดยไม่ต้องใช้ม่านอีกต่อไป 
ช่วยลดแสงจ้า
ฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์ ช่วยลดความเครียดของดวงตา อันเกิดจากการใช้สายตาท่ามกลางแสงที่จ้าเกินไป ช่วยให้พนักงานหรือผู้ที่อยู่ในอาคารรู้สึกสบาย ผ่อนคลายมากขึ้น
การติดตั้งและการดูแลรักษา
ฟิล์มตกแต่งลามิน่าลูม่าร์ ได้รับการออกแบบสำหรับติดตั้งภายในอาคาร สามารถติดตั้ง ได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว ใช้งานได้นานทนทานคุ้มค่า โดยแทบจะไม่ต้องดูแลรักษาเลย เพียงทำความสะอาดนาน ๆ ครั้งด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำอุ่นเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ